แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tip แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tip แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์, พฤศจิกายน 13, 2549

ยางไม่สุก

วันนี้ขอพูดถึงปัญหา ยางไม่สุก ครับ

ที่ใช้คำว่า "สุก" เพราะขั้นตอนการทำยางหล่อ
ไม่ว่าจะหล่อร้อน หรือหล่อเย็น ก็ต้องผ่านความร้อนทั้งนั้น

และถ้าเราให้ความร้อนเพื่อทำให้ยางเปลี่ยนสภาพ
จากนิ่มๆเหมือนดินน้ำมัน มาแข็งตัว และคงตัวเหมือนยางลบ
ได้ไม่พอตามที่ควรจะเป็น ยางก็จะเกิดสภาพที่เรียกว่า ไม่สุก นั่นเองครับ...

ซึ่งยางไม่สุก ก็จะมีสภาพอย่างที่บอกไป คือเหมือนดินน้ำมัน
จะนิ่มๆ เหนียวๆ เหมือนฟองน้ำคลุกกาว
และทำให้หน้ายางไม่ติดกับโครงยาง ทำให้ยางล่อนเป็นลำดับต่อไป

วันนี้มีตัวอย่างหลุดมาให้ดูพอดีครับ
ไปได้ยางลูกค้า ที่ไปหล่อเจ้าอื่น แล้วโมเมว่าเป็นของโรงงานเรา
ดีนะที่ดูลักษณะงาน และชื่อยี่ห้อที่ด้านแก้มยางแล้ว ไม่ใช่ของเราครับ



เห็นรอยบวม แยก นั่นไหมครับ
นั่นคือจุดที่หน้ายางแยกชั้นออกมา
ถ้าลองเอานิ้วจิ้มเข้าไปดู จะรู้สึกว่านิ่มๆ และเหนียวๆ

และยางนี้ก็จะใช้ต่อไม่ได้ เพราะมันจะวิ่งแล้วสะดุด
หรืออาจจะหน้ายางหลุดออกมาทั้งวงได้เลยครับ

รู้กันแล้วนะครับ ว่ายางไม่สุก มีลักษณะพื้นฐานแบบใด...

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 09, 2549

ระวังยางตันดอกห่าง

เรื่องของ คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ อีกเรื่องที่พบบ่อยคือ

ใช้ยางที่ถูก แต่ใช้งานไม่ค่อยจะได้เรื่อง...

ก็เป็นปัญหาที่ว่า คนซื้อไม่ได้มาขับรถ
ส่วนคนที่ขับรถ ก็ไม่สามารถไปบังคับคนจ่ายเงินได้

เช่นยางตันลายดอกห่างมากๆ แบบนี้...



นี่คือยางที่ลูกค้าถอดออกมาหล่อนะครับ
คงจะสงสัยกันว่าดอกยังเหลืออยู่มาก ทำไมรีบถอดยางออก

นั่นเป็นเพราะด้วยดอกยางที่เป็นก้อนใหญ่ๆ และช่องห่างๆแบบนี้
เวลาเอาไปใส่รถ แล้ววิ่งใช้งาน รถจะวิ่งแบบเขยกครับ

นั่นคือจะวิ่งแบบสั่นขึ้นลงตลอดเวลา ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งสั่นแรง เพราะร่องดอกที่ใหญ่นั่นเอง
ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้ยกงานที่ต้องการความนิ่ง หรือความแม่นยำในการยกได้

และสุดท้าย ยางที่อุตส่าห์ดีใจที่ซื้อมาถูก
กลับใช้ไม่ได้ แล้วก็ต้องถอดออกมาเปลี่ยนเป็นลายดอกมาตรฐาน

เสียเงิน เสียใจ เสียเวลา อีกเช่นเคยครับ

เป็นเรื่องการเอาเปรียบอย่างแท้ๆเลย
เพราะยิ่งดอกห่าง ผู้ผลิตก็ยิ่งใช้เนื้อยางน้อยลง

คนที่ออกแบบลายดอกห่างๆ ลึกๆ แบบนี้ออกมาได้
ผมถือว่า เขาไร้จรรยาบรรณ และทรยศต่ออาชีพอย่างที่สุดครับ

วันพุธ, พฤศจิกายน 08, 2549

ยางแกะดอก ย้อมแมวขาย

กลเม็ดแหกตาผู้ซื้ออีกอย่างที่นิยมมาก คือการแกะดอกครับ

แกะดอก คือการทำให้ดอกยางที่เหลืออยู่ ดูเหมือนว่าเหลือเยอะกว่าความเป็นจริง
โดยใช้เครื่องแซะร่องไฟฟ้า แซะไปตามแนวดอกยางเดิม เพื่อให้ร่องดอกลึกขึ้น



ทำเพื่ออะไรหรือครับ ทำเพื่อขายยางแบบที่เรียกว่า ยางเปอร์เซ็นต์ ไงครับ

ยางเปอร์เซ็นต์ คือยางมือสองที่ตั้งราคาขายตามปริมาณดอกยางที่เหลือ
ดังนั้น ถ้ามันเหลือน้อย ก็แกะให้ดอกมันลึกขึ้นเสียเลย แล้วก็ขายได้แพงขึ้นอีก

เช่นตัวอย่างนี้ ลองเปรียบเทียบยางตันหมดดอกแล้วสองเส้นนี้นะครับ



จะเห็นได้ว่า ยางเส้นด้านซ้ายเหลือน้อยกว่า เรียกว่าใช้ไปมากกว่านั่นเอง
แต่ลองหันมาดูด้านหน้ายางครับ



ด้านขวา คือยางเส้นเล็กนั้นครับ
จะเห็นได้ว่า ลายดอกยางยังชัดเป๊ะอยู่เลย

ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ลองคิดดีๆ ว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
ถ้าการแกะดอกมันดีและปลอดภัยแน่นอน
ทำไมไม่มีศูนย์รับแกะดอกเป็นเรื่องเป็นราวไปเสียเลย

เพราะการแกะดอกหมายถึงการแงะไปบนเนื้อยางส่วนที่ควรจะเป็นฐานดอกยาง
เป็นส่วนที่รองรับแรงอัดของลมในยางลม
และเป็นส่วนกระจายน้ำหนักของยางตัน

แล้วถ้าแงะลงไป ก็หมายความว่า เนื้อฐานจะบางลง
ในยางลม ก็อาจจะทำให้ยางระเบิดได้ง่ายขึ้น
ส่วนในยางตัน ก็จะทำให้คุณใช้ยางมากเกินไป จนทำให้โครงเสีย นำมาหล่อดอกอีกไม่ได้

เหมือนตัวอย่างยางตันที่ผมยกมาให้ดูนั่นล่ะครับ
มันเล็กไปหน่อยถ้าจะเอามาหล่อ เพื่อเอาไปใช้อย่างปลอดภัย

ดังนั้น ถ้าจะซื้อยางเปอร์เซ็นต์ ดูให้ดีว่าเป็นยางเปอร์เซ็นต์แท้
หรือเป็นแค่ยางแกะดอก แล้วเอามาโก่งราคาขาย

นอกจากจะต้องจ่ายแพงโดยไม่จำเป็น แล้วยังต้องมาเจ็บใจด้วยอีกต่างหากครับ

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 26, 2549

ยางล่อน...???

กับคำถามที่ว่า ยางรถบรรทุกหล่อ มีปัญหาหรือไม่
ก็ต้องขอตอบตามตรงว่า มีครับ

และปัญหา ที่พบบ่อยในยางลม (ก็พวกยางรถบรรทุกนั่นล่ะครับ เรียกง่ายๆว่ายางลมแล้วกัน)
ก็คือ ยางล่อน...

ล่อน เป็นอาการเดียวกับเงาะโรงเรียนครับ
คือเนื้อหลุดออกจากเม็ดอย่างง่ายดาย...

เช่นตัวอย่างนี้...



หน้ายางหลุดออกจากโครงยางมาเป็นแผ่นสวยงาม

อันนี้ก็เป็นยางของโรงงานผมเองนั่นล่ะครับ
แล้วที่ผมมาบอกว่ายางผมมีล่อนเนี่ย ไม่กลัวหรอกนะครับ

เพราะผมกล้ารับประกันได้เลยว่า ยางหล่อทุกโรงงาน มีล่อนหมด

ไม่ว่าเขาจะอ้างว่าได้รับมาตรฐาน ISO กี่ข้อๆ
มีเทคโนโลยีล้ำหน้า หล่อร้อน หล่อเย็น อัดหน้า ยางเทียม ฯลฯ
อย่าไปเชื่อครับว่ามันจะไม่ล่อน

เพราะยางลมรถบรรทุก เป็นสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดแล้วในการทำยางหล่อ

มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการหล่อยาง
ไม่ว่าจะเป็นอายุของยาง อายุของผ้าใบยาง สภาพของเนื้อยางที่ผลิตออกมา
รอยร้าวด้านนอก แผลทะลุต่างๆ ล้วนมีผลต่อการล่อนของยางทั้งสิ้น

เพราะขนาดยางใหม่ที่ออกจากโรงงานโดยตรง
ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันจะเหมือนกันทุกเส้น 100%
มันจะมีบางเส้นที่มีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้งาน

ยางบางเส้น ผ้าใบที่ขึ้นโครงบางชั้นเกิดเสื่อมสภาพ
ตอนหล่อยังไม่เป็น แต่พอหล่อแล้ว เอาไปใช้งาน ผ้าใบเกิดแยกชั้นกันขึ้นมาดื้อๆ
ยางก็จะล่อนทันที อันนี้เรียกว่าหมดอายุการใช้งาน

บางทีก็มีรอยร้าวเล็กๆ พอใช้ไปเรื่อยๆ ก็ร้าวมากขึ้นๆ
จนในที่สุด ก็พาให้แก้มยางปริ แล้วปริมาถึงหน้ายางก็มี...

แต่ยางที่ล่อนจากการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพก็มีครับ
ลองดูได้ว่าถ้าหน้ายางที่ล่อนออกมา ภายในมีทรายอยู่จำนวนมาก
เป็นไปได้ว่า ผู้ผลิตอาจจะไม่ระวังรักษาความสะอาดในการผลิตอย่างเพียงพอ
หรือในเนื้อยางที่ใช้ มียางเกรดต่ำผสมอยู่เยอะเพื่อลดต้นทุน ก็ได้...

ดังนั้น เรื่องยางล่อน จึงเป็นเรื่องธรรมชาติครับ
ไม่จำเป็นว่าจะต้องเจอกันทุกคน แต่ถ้าเจอก็อย่าแปลกใจครับ
นานๆ มันถึงจะเกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่ ช่างเขาก็พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วครับ

ถ้าเกิดปัญหาขึ้น ผู้ผลิตยางหล่อส่วนมากจ ะมีรับประกันการใช้งาน
ถ้าใช้แล้วล่อนเพราะการผลิตไม่ดี ไม่ได้เป็นเพราะผ้าใบยางแยกชั้น หรือยางระเบิด
ส่วนมากผู้ผลิตจะรับเคลม โดยอาจจะรับซ่อมให้ครับ

เพียงแต่ว่า พวกตีหัวเข้าบ้าน หล่อถูกๆ แล้วไม่รับประกันก็มี
ถ้าเจอแบบนั้น ก็ระวังกันหน่อยนะครับ...

ของถูกกว่า ใช่ว่าจะดีกว่าเสมอไป...

ถ้าถามว่า ยางแบบไหนหล่อแล้วล่อนยากที่สุด
ก็ขอตอบว่า ยางไม่เคยหล่อ ใช้แค่พอหมดดอก ไม่มีแผลทะลุเลย นั่นล่ะครับ...

วันอังคาร, ตุลาคม 24, 2549

การดูผ้าใบยางรถบรรทุก

ในบ้านเราตอนนี้ ยางรถบรรทุกที่มีจำหน่ายอยู่ก็มีสองแบบใหญ่ๆ
คือแบบผ้าใบ กับแบบใยเหล็ก

วิธีดูง่ายๆ ก็ให้ดูที่ด้านข้างยางครับ บริเวณที่บอกขนาดของยางนั่นเอง
จะมีระบุชนิดของวัสดุขึ้นโครงยางเอาไว้
ถ้าเป็นแบบเส้นลวด ก็จะใช้คำว่า RADIAL ที่เราเรียกกันติดปากว่า ยางเรเดียลนั่นล่ะครับ
แต่ถ้าเป็นผ้าใบ จะใช้คำว่า NYLON และจะระบุจำนวนชั้นของผ้าใบเอาไว้ด้วย

ขอพูดถึงยางชนิดผ้าใบนะครับ



ดังตังอย่างในภาพถ่ายจากข้างยาง
บรรทัดแรก คือขนาดของยาง 9.00 ขอบกระทะล้อ 20 นิ้ว
บรรทัดที่สอง บอกว่าเป็นแบบผ้าใบ 14 ชั้น
และบรรทัดสุดท้าย บอกว่าใช้วัสดุขึ้นโครงเป็นผ้าใบนั่นเองครับ

ซึ่งจำนวนชั้นของผ้าใบก็จะแปรผันกับความแข็งและทนของยางครับ
ซึ่งผ้าใบจำนวนชั้นมากกว่า ก็จะมีความทนทานกว่า รับน้ำหนักได้มากกว่า
แตกยากกว่า รวมถึงแพงกว่าด้วยครับ

ซึ่งการจะนำยางชนิดผ้าใบมาหล่อนั้น ขอให้ใช้อย่าถึงชั้นผ้าใบนะครับ
ดังตัวอย่างนี้...




ใช้ยางเสียจนเกินคุ้ม ผ้าใบทะลุเข้าไปราว 3-5 ชั้นแล้ว
คิดดูสิครับ ผ้าใบยางมีอยู่ 12-16 ชั้น หายไปแล้วเกือบครึ่ง
กับแรงดันลมยางที่เติมกันบางทีร่วม 80-100 ปอนด์
โอกาสเกิดยางระเบิดสูงจนน่ากลัวเลยล่ะครับ

ดังนั้น ควรจะตรวจตรายางรถให้ดีนะครับ อย่าใช้จนเห็นผ้าใบแบบนี้
นอกจากจะทำให้เราปลอดภัยแล้ว ยางที่เนื้อหน้ายางยังดีอยู่
ไม่มีแผลทะลุใหญ่กว่าแผลตะปู และไม่มีแผลลึกที่ด้านข้าง(แก้ม)ยาง
ก็สามารถเอามาหล่อใหม่ใช้ได้อีก อย่างน้อย 2 รอบด้วยครับ

เรียกว่าทั้งปลอดภัย ทั้งประหยัดเลยล่ะครับ


วันจันทร์, ตุลาคม 23, 2549

วิธีดูแนวโน้มราคายาง

วันนี้จะขอพูดถึงวิธีดูแนวโน้มราคายางครับ

เพราะยางพาราดิบ เป็นตัวสะท้อนต้นทุนหลักของงานหล่อยาง
ทำให้การปรับราคาขึ้นหรือลงของสินค้า จึงต้องอิงตามราคายางพาราดิบ

วิธีติดตามราคายางง่ายที่สุด คือดูจากเว็บขององค์การสวนยางครับ

ราคายางวันนี้

ในหน้านี้จะมีตารางราคายางประจำวันให้ดูกันทุกวัน
ยกเว้นวันหยุดที่เขาไม่ซื้อขายกัน เช่นเสาร์อาทิตย์ หรือนักขัตฤกษ์

และการดูก็อย่าไปดูราคาที่หน้าสวนนะครับ
ให้ดูที่ช่องขวาสุด คือช่อง FOB. (Bangkok)
ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ใช้ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องจ่าย

เวลาดูโทรทัศน์แล้วเขาบอกราคายาง ส่วนใหญ่เขาจะบอกราคาหน้าสวนครับ
แล้่วลูกค้าบางคนก็จะมาอ้างอิงราคานั้น ซึ่งมันถูกเกินไปครับ

ราคาต้นทุนที่แถวกรุงเทพฯ จะสูงกว่าหน้าสวนราวๆ 10 บาทเสมอครับ

เวลาราคายางขึ้นลง แม้เพียงแค่ไม่กี่สตางค์ก็มีผลต่อต้นทุนมากครับ
เพราะยาง 1 เส้น ไม่ได้ใช้ยางแค่ 2-3 กิโลกรัม แต่อาจใช้มากถึง 15 - 40 กิโลกรัมก็มี

ลองคุณดูสิครับว่าถ้าราคาเปลี่ยนแค่กิโลกรัมละ 1 บาท
ต้นทุนเราก็เพิ่มขึ้นแล้ว 15 - 40 บาท ต่อเส้น โดยที่อาจจะต้องขายที่ราคาเท่าเดิม
เพราะการปรับราคา เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำบ่อยนัก จะทำให้ลูกค้าสับสนได้
บางครั้งจึงต้องยอมตรึงราคา กินกำไรน้อยๆ ไปร่วมครึ่งปีก็มี...

แต่ก็อย่าลืมนะครับ ว่ามีแต่ยางพารา มันก็ไม่ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้
ต้องรวมต้นทุนอย่างอื่นเช่น เคมีภัณฑ์, ค่าไฟฟ้า, ค่าแรง, ค่าอุปกรณ์ ฯลฯ เข้าไปด้วย

สมัยนี้ ทำยางหล่อขาย กำไรก็ไม่ได้มากมายเหมือนสมัยก่อนแล้วครับ

วันอาทิตย์, ตุลาคม 22, 2549

เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...

ปัญหาที่ผมพบบ่อยๆ กับผู้ใช้ยางตันที่เป็น Home User
หรือเรียกว่า มีรถโฟล์คลิฟต์ใช้ซักคันสองคัน ก็คือ

จะไม่อยากเปลี่ยนยาง เพราะว่ามันแพง...

และก็จะใช้จนกว่า เรียกว่า ใช้งานไม่ได้แล้วนั่นแหละครับ
ถึงจะยอมเปลี่ยนยางกันซักที

อย่างเช่นรายนี้...



ใช้ยางจนเรียกว่า หมดสภาพจริงๆ ถึงจะยอมถอดเอามาเปลี่ยน
ดูสภาพขอบล้อที่หลุดออกจากโครงยางสิครับ...



เรียกว่า ถ้ามันยังวิ่งได้ ก็คงจะใช้ต่อไปเป็นแน่
ลูกค้าแนวนี้ ถ้ายางโครงไม่แตก ก็ใช้จนใต้ท้องรถครูดไปกับพื้นเลยล่ะครับ

ในกรณีนี้ ยางเส้นนี้จะเสียไปเลย ไม่สามารถนำมาหล่อดอกใหม่ได้อีก
ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆ เลยครับ

เพราะในการใช้งานปกติ ยางตัน สามารถนำกลับมาหล่อดอกใหม่ได้อีก
อย่างน้อย 2 รอบขึ้นไป โดยที่การใช้งานยังดีอยู่

เพียงแค่ขอให้ใช้จนพอหมดดอกยาง แล้วก็ให้ถอดเอามาหล่อเสีย
คุณจะประหยัดค่าซื้อโครงยาง หรือแม้แต่เปลี่ยนยางใหม่ไปได้หลายเท่าครับ

เพราะค่าหล่อดอกยางนั้น ถูกมากกว่า 50% ของราคายางใหม่
แล้วยิ่งถ้าหล่อ 2 รอบได้ คิดดูสิครับ ว่าจะประหยัดเงินไปได้ขนาดไหน...

แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ได้อย่างไรล่ะครับ...